ความหนาของ PU Foam ควรเท่าไรสำหรับหลังคา ผนัง และ ห้องเย็น

ความหนาของ PU Foam ควรเท่าไรสำหรับหลังคา ผนัง และ ห้องเย็น

แนะนำการเลือกความหนาของ PU Foamสำหรับหลังคา ผนัง และ ห้องเย็น

การเลือก ความหนาของ PU Foam เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของงานฉนวนกันความร้อน โดยเฉพาะอาคารโรงงาน โกดัง ห้องควบคุมอุณหภูมิ และ ห้องเย็น เพราะความหนาของฉนวนมีผลโดยตรงต่อการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ซึ่งหลายๆคนมักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “PU Foam หนากี่มิลจึงจะดี?” แต่ในความเป็นจริงไม่มีความหนาเดียวที่เหมาะกับทุกงาน เพราะหลังคา ผนังโรงงาน และห้องเย็นมีภาระความร้อน และ เงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน ดังนั้นบทความนี้จะพาไปดูว่า ความหนาของ PU Foam สำหรับหลังคา ผนัง และห้องเย็นควรอยู่ประมาณเท่าไร พร้อมหลักคิดในการเลือกความหนาให้เหมาะสมกับงานจริง

ปัจจัยทางวิศวกรรมในการคำนวณหาความหนาของ  PU Foam ที่เหมาะสม

การเลือกความหนาของ PU Foam ไม่ควรอ้างอิงจากความรู้สึก แต่ต้องพิจารณาตามหลักวิศวกรรมและปัจจัยดังต่อไปนี้:

1. อุณหภูมิภายนอกและภายในที่ต้องการรักษา : ยิ่งความแตกต่างของอุณหภูมิภายนอกกับภายในมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องการความหนาของฉนวนมากขึ้นเท่านั้น (เช่น ห้องเย็นแช่แข็งต้องการฉนวนหนากว่าหลังคาบ้านทั่วไป)

2. ค่าความต้านทานความร้อนที่ต้องการ (R-Value): สูตรคำนวณค่า R คือ: R = t/k
(โดย t คือความหนาของฉนวน และ k คือค่าการนำความร้อน) ยิ่งฉีดหนา ค่า R ยิ่งสูง แปลว่าฉนวนต้านทานความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

3. ทิศทาง และ ตำแหน่งการรับแดด: พื้นที่รับแดดจัดโดยตรงตลอดทั้งวัน เช่น หลังคา จะต้องการความหนามากกว่าผนังที่ไม่ได้รับแดดตรงๆ

4. จุดคุ้มทุนของการลงทุน : การเพิ่มความหนาเกินจุดๆ หนึ่ง จะให้ผลในการประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ต้องจ่ายค่าโฟมเพิ่มขึ้นมหาศาล ดังนั้นจึงต้องเลือกความหนา ณ จุดที่คุ้มค่าที่สุด

เจาะลึกความหนา PU Foam สำหรับ “งานหลังคา”

หลังคาเป็นจุดที่รับความร้อนจากแสงอาทิตย์มากที่สุดของอาคาร (คิดเป็น 70-80% ของความร้อนทั้งหมดที่เข้าสู่อาคาร) ดังนั้นการเลือกความหนาของ PU Foam สำหรับหลังคาจึงมีความสำคัญมากที่สุด

1. หลังคาบ้านพักอาศัย (ความหนาที่แนะนำ: 1.0 – 2.0 นิ้ว / 25 – 50 มม.)

  • ความหนา 1.0 นิ้ว (25 มม.): เป็นความหนาเริ่มต้นที่คุ้มค่า เหมาะสำหรับบ้านทั่วไปที่ต้องการลดความร้อนลงอย่างเห็นได้ชัด และ ลดเสียงฝนตกกระทบหลังคาเมทัลชีทได้ดี
  • ความหนา 2.0 นิ้ว (50 มม.): เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เช่น บ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน หรือ บ้านทรงโชว์โครงหลังคาที่ไม่มีฝ้าเพดานคอยกั้นอีกชั้น

2. หลังคาโรงงาน คลังสินค้า และ อาคารพาณิชย์ (ความหนาที่แนะนำ: 1.5 – 2.0 นิ้ว / 40 – 50 มม.)

โรงงานที่มีเครื่องจักร หรือ มีพนักงานทำงานจำนวนมาก ต้องการการควบคุมอุณหภูมิภายในไม่ให้ร้อนอบอ้าว การฉีด PU Foam ใต้หลังคาเมทัลชีทความหนา 1.5 – 2.0 นิ้ว จะช่วยลดอุณหภูมิสะสมใต้หลังคาได้ถึง 8 – 12 องศาเซลเซียส ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ลดภาระพัดลมระบายอากาศ

เจาะลึกความหนา PU Foam สำหรับ “งานผนัง” 

แม้ผนังจะไม่ได้รับความร้อนหนักเท่าหลังคา แต่ผนังทิศตะวันตก และ ทิศใต้จะสะสมความร้อนจากแสงแดดยามบ่าย และ ค่อยๆ แผ่ความร้อนเข้ามาภายในอาคารในช่วงค่ำ

1. ผนังบ้าน และ อาคารทั่วไป (ความหนาที่แนะนำ: 1.0 – 1.5 นิ้ว / 25 – 40 มม.)

  • พ่นภายในช่องผนังเบา / ผนังดับเบิล : การฉีด PU Foam หนา 1.0 นิ้ว เข้าไปในช่องว่างระหว่างผนัง จะช่วยกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ห้องนอนในตอนกลางคืนได้ดีเยี่ยม พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันเสียงระหว่างห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พ่นผนังภายนอกก่อนปิดทับด้วยวัสดุกรุ: เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการกันความร้อนแบบกั้นตั้งแต่ภายนอก

2. ผนังโรงงาน และ ห้องควบคุมความสะอาด

ในอุตสาหกรรมยา และ อิเล็กทรอนิกส์ การใช้แผ่นแซนด์วิชพาเนล (Sandwich Panel) ที่มีไส้กลางเป็น PU Foam ความหนา 2.0 นิ้ว (50 มม.) ถือเป็นมาตรฐานหลักในการกั้นห้อง เพื่อควบคุมทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และ ปริมาณฝุ่นละออง

เจาะลึกความหนา PU Foam สำหรับ “งานห้องเย็น” 

งานห้องเย็นเป็นงานที่ “ห้ามขยับความหนาลงเด็ดขาด” เนื่องจากความต่างของอุณหภูมิภายนอก (ประมาณ 35°C) กับภายในห้องเย็น (ติดลบถึง -40°C) นั้นสูงมาก หากฉนวนหนาไม่พอ จะเกิดปรากฏการณ์ “หยดน้ำเกาะรอบผนัง” ทำให้เกิดเชื้อรา ความเย็นรั่วไหล คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง และ เสี่ยงต่อการเสียของสินค้ามูลค่ามหาศาล

1. ห้องแช่เย็น / ห้องเย็นเก็บสินค้าทั่วไป 

  • อุณหภูมิใช้งาน: +0°C ถึง +8°C (สำหรับเก็บผัก ผลไม้ นม หรือยา)
  • ความหนาที่แนะนำ: 3.0 นิ้ว ถึง 4.0 นิ้ว (75 – 100 มม.)
  • ประโยชน์: ป้องกันความร้อนสอดแทรก ช่วยให้เครื่องทำความเย็นตัดการทำงานตามรอบ ประหยัดค่าไฟฟ้า

2. ห้องเย็นแช่แข็ง 

  • อุณหภูมิใช้งาน: -18°C ถึง -25°C (สำหรับเก็บเนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารทะเล อาหารสำเร็จรูป)
  • ความหนาที่แนะนำ: 5.0 นิ้ว ถึง 6.0 นิ้ว (125 – 150 มม.)
  • ประโยชน์: รักษาสภาพน้ำแข็งในตัวสินค้า ไม่ให้ละลาย หรือ เสื่อมคุณภาพ และ ป้องกันไม่ให้โครงสร้างคอนกรีตภายนอกเกิดรอยแตกร้าวจากความเย็นจัด

3. ห้องแช่แข็งลมเย็นจัด

  • อุณหภูมิใช้งาน: -35°C ถึง -40°C (สำหรับการดึงอุณหภูมิสินค้าให้แข็งตัวอย่างรวดเร็ว)
  • ความหนาที่แนะนำ: 6.0 นิ้ว ถึง 8.0 นิ้ว (150 – 200 มม.)
  • ประโยชน์: ต้องใช้แผ่นฉนวน PU Foam ที่มีความหนาแน่นสูง ร่วมกับระบบล็อกแผ่นที่แน่นหนา เพื่อกั้นพลังงานความเย็นระดับวิกฤตไม่ให้รั่วไหล

จะเห็นได้ว่าการกำหนด ความหนาของ PU Foam ให้ถูกต้อง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางระบบฉนวนกันความร้อนให้คุ้มค่าที่สุด ทำให้การลงทุนกับความหนาที่เหมาะสมตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้มหาศาล ยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ และ สร้างสภาพแวดล้อมที่เย็นสบายได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นหากสนใจฉนวนกันความร้อน PU Foam ที่มีคุณภาพเราขอแนะนำ บริษัท บีซีเอฟ พาแนล จำกัด ผู้ให้บริการติดตั้ง และ จำหน่ายฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันไฟ และ ผนัง Sandwich Panel กว่า 30 ปี เราพร้อมให้บริการ และ คำปรึกษาโดยทีมงานมืออาชีพ ที่พร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ผลิต ไปจนถึงการติดตั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับทุกโครงการ

ติดต่อสอบถาม

บริษัท บีซีเอฟ พาแนล จำกัด
4/6 หมู่ 12 ถ.ลำลูกกา ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150
02-152-7780